เทคโนโลยี VOIP
VoIP Phone เทคโนโลยีโทรศัพท์แห่งอนาคต
เทคโนโลยี VoIP หรือ Voice over IP นั้นเป็นเทคโนโลยีใหม่สำหรับการโทรศัพท์ผ่านทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ซึ่งมีข้อดีอันดับแรก ๆ ที่เห็นได้ชัดก็คือ ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการโทรได้ ไม่ว่าจะเป็นการโทรภายในประเทศ หรือการโทรระหว่างประเทศก็ตาม เพราะการโทรศัพท์ผ่านทางระบบอินเทอร์เน็ตนั้นไม่จำเป็นที่จะต้องทำงานผ่าน ทางชุมสายโทรศัพท์ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายของส่วนที่ให้บริการด้วย แต่การโทรศัพท์ผ่านทางอินเทอร์เน็ตนั้นจะเป็นการทำงานโดยอาศัยหลักการเดียว กับการส่งข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ตVoIP คืออะไร VoIP (Voice over IP) นั้นเป็นการประยุกต์การส่งข้อมูลของอินเทอร์เน็ตมาใช้งาน ซึ่งโดยปกติการใช้งานอินเทอร์เน็ตจะเป็นการใช้สัญญาณข้อมูลเพียงอย่างเดียว แต่สำหรับการใช้งาน VoIP นั้นจะเป็นการนำเอาสัญญาณเสียงมารวมเข้ากับสัญญาณข้อมูลเพื่อส่งผ่านไปยัง ระบบเครือข่ายผ่านทางโพรโตคอลที่ใช้สำหรับอินเทอร์เน็ตก็คือ Internet Protocol หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า IP ซึ่งตามปกตินั้น IP จะใช้สัญญาณข้อมูลเท่านั้น แต่ด้วยเทคโนโลยี VoIP ที่ทำให้ส่งสัญญาณเสียงได้ ด้วยรูปแบบการส่งข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ตจึงทำให้ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการ โทรศัพท์ได้เป็นอย่างมากการทำงานของ Internet Protocol (IP) หัวใจสำคัญของ VoIP ก็คือ Internet Protocol เพราะจะเป็นตัวกลางในการทำหน้าที่สำหรับติดต่อสื่อสารระหว่างต้นทางและปลาย ทาง และอย่างที่กล่าวไปแล้วก็คือ การทำงานผ่าน IP โดยปกติจะเป็นการส่งสัญญาณข้อมูลเท่านั้น แต่ด้วยการผสมผสานระหว่างเสียงและข้อมูลจึงทำให้ VoIP เกิดประโยชน์ทั้งทางด้านการพัฒนาและเทคโนโลยีขึ้นมา และการทำงานของโพรโตคอล IP สามารถแยกแบบคร่าว ๆ ได้ก็คือ- สัญญาณข้อมูลจะถูกแบ่งออกเป็นส่วน ๆ เพื่อส่งออกไปตามเส้นทางบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต- เมื่อข้อมูลที่ถูกแบ่งไปถึงปลายทางจะใช้ระยะเวลาและการทำงานที่ต่างกันซึ่งอาจจะไม่พร้อมกันก็ได้- ข้อมูลที่ถึงปลายทางแล้วจะมีโพรโตคอล TCP ที่จะทำหน้าที่ในการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลที่ส่งมาทั้งหมด- ตรวจสอบข้อมูลให้อยู่ในสภาพเดิมเหมือนก่อนที่จะถูกแยกออกเป็นส่วน ๆ จาก ขั้นตอนการส่งข้อมูลดังกล่าวผ่านทาง IP แบบคร่าว ๆ นั้นจะเห็นได้ว่าส่วนที่สำคัญก็คือ การแยกไฟล์ขนาดใหญ่ออกเป็นส่วนเล็ก ๆ หลายส่วนแล้วค่อยส่งออกไป เมื่อครบทุกส่วนที่ปลายทางแล้วจึงมีการประกอบให้คืนรูปแบบภายหลัง ถ้าจะมองให้เห็นภาพการส่งข้อมูลแบบเป็นส่วน ๆ ให้ชัดกว่านี้ก็เปรียบเทียบได้กับการใช้งานโปรแกรมช่วยดาวน์โหลด เช่น Flashget ที่จะมีการแยกไฟล์เป็นส่วน ๆ ในการดาวน์โหลดเพื่อเพิ่มความเร็วในการทำงาน และที่สำคัญก็คือ ช่วยลดเวลาในการทำงานได้เป็นอย่างดี ดังนั้นการทำงานในรูปแบบ IP จึงมีความสำคัญต่อการสื่อสารด้วยเสียงผ่านเทคโนโลยี VoIP เป็นอย่างมากเพราะนอกจากจะช่วยลดค่าใช้จ่าย และเพิ่มความเร็วด้วยการแยกไฟล์ข้อมูล (เสียงหรือข้อมูล) ออกเป็นส่วน ๆ แล้วยังเพิ่มประสิทธิภาพนอกเหนือจากการติดต่อสื่อสารผ่านทางเสียงเพียงอย่าง เดียวให้สามารถทำงานเกี่ยวกับทางด้านข้อมูลไปในตัวด้วย
เหตุผลในการเลือก VoIP สำหรับการเลือกใช้งาน VoIP มาเป็นส่วนของการช่วยโทรศัพท์นั้น ก็เนื่องจากว่า ในปัจจุบันอินเทอร์เน็ตได้มีการใช้งานกันอย่างแพร่หลาย และได้รับความนิยมเป็นอย่างมากไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานของรัฐบาลหรือหน่วยงาน ของเอกชนก็ตาม จะต้องมีอินเทอร์เน็ตไว้ใช้ในองค์กร ที่สำคัญก็คือ อินเทอร์เน็ตแบบความเร็วสูงที่กำลังขยายตัวขึ้นเรื่อย ๆ และด้วยการขยายตัวของดระบบเครือข่ายสัญญาณข้อมูล Data Network ที่มีอัตราการขยายตัวอย่างรวดเร็วกว่าการขยายตัวของการสื่อสารด้วยเสียง จึงเหมาะสำหรับผู้ใช้งานในทุกระดับที่มีอินเทอร์เน็ตไว้ใช้งานเพราะด้วย เทคโนโลยีของ VoIP นั้นจะช่วยให้คุณสามารถนำเอาการรับส่งสัญญาณข้อมูลและสัญญาณเสียงได้พร้อม กัน ทำให้เพิ่มความสะดวกในการใช้งาน และด้วยเหตุผลต่าง ๆ เหล่านี้จึงทำให้ VoIP ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ
VoIP เหมาะสำหรับใคร??? อย่างที่ได้กล่าวไว้ตอนต้นว่าใคร ๆ ก็สามารถใช้เทคโนโลยี VoIP ได้ ไม่ว่าจะเป็นองค์กรขนาดใหญ่หรือว่าจะเป็นการใช้ตามบ้านก็ตาม เพราะด้วยต้นทุนที่ต่ำและสามารถนำเทคโนโลยีรวมถึงอุปกรณ์ที่มีอยู่มาใช้งาน ได้ทันที โดยที่ไม่มีความจำเป็นจะต้องลงทุนติดตั้งระบบหรือรื้อระบบใหม่ เพราะ VoIP ยังคงทำงานผ่านพื้นฐานของกานให้บริการอินเทอร์เน็ตอยู่ อย่างไรก็ดี VoIP นั้นก็ยังคงต้องอาศัยทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ในการทำงาน ซึ่งถ้าเป็นการใช้งานตามบ้านทั่วไปที่มีการโทรข้ามจังหวัดหรือโทรศัพท์ข้าม ประเทศนั้นเพียงติดตั้งซอฟต์แวร์และเสียค่าบริการให้กับผู้ให้บริการ VoIP ก็ใช้งานได้แล้ว ซึ่งผู้ใช้บริการ VoIP ส่วนมากจะเป็นผู้ให้บริการจากต่างประเทศ แต่สำหรับองค์กรขนาดใหญ่หรือจะเป็น SME ที่มีปริมาณการโทรมากก็จำเป็นที่ต้องอาศัยทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ หรือองค์กรที่มีเครือข่าย Leased Line, Frame Relay, ISDN แม้กระทั่งเครือข่าย E1/T1 ก็สามารถนำอุปกรณ์ดังกล่าวนำมาประยุกต์ใช้งาน VoIP ได้มาตรฐานของ VoIP การติดต่อสื่อสารในแบบต่าง ๆ ก็ย่อมต้องมีมาตรฐานขึ้นมาเป็นตัวกำหนดเพื่อให้ผู้ผลิตทั้งทางฮาร์ดแวร์และ ซอฟต์แวร์ได้อ้างอิงการทำงานบนมาตรฐานเดียวกันและ VoIP จะมีมารฐานอยู่ 2 มาตรฐานด้วยกันคือ มาตรฐาน H.323 และมาตรฐาน SIP มาตรฐานเหล่านี้เรียกได้อีกอย่างหนึ่งว่า “Call Control Technologies” ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญในการนำเทคโนโลยี VoIP มาใช้งานสำหรับการสื่อสาร- มาตรฐาน H.323เป็น มาตรฐานที่มีการนำมาใช้งานกันในช่วงแรก ๆ ของเทคโนโลยี VoIP เสมือนหนึ่งว่าถูกนำมาใช้งานชั่วคราว เพราะมาตรฐาน H.323 ไม่ได้ถูกนำมาใช้งานชั่วคราว เพราะมาตรฐาน H.323 ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้รองรับกับการทำงานผ่าน IP และข้อเสียอีกประการของมาตรฐาน H.323 ก็คือ จะทำงานได้ค่อนข้างช้า- มาตรฐาน SIPด้วย มาตรฐาน SIP ถือไดว่าเป็นมาตรฐานใหม่ที่ออกมารองรับกับ VoIP ซึ่งถูกออกแบบมาให้ทำงานร่วมกับ IP โดยเฉพาะ โดยในส่วนของการทำงานนั้นจะทำงานคล้ายคลึงกับการทำงานแบบ Client-Server Protocol และถือว่ามาตรฐานนี้เป็นมาตรฐานที่เหมาะกับการเริ่มต้นใช้งานใหม่เป็นอย่าง มาก
ซอฟต์แวร์ VoIP
ซอฟต์แวร์ที่ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการทำงานของ VoIP นั้นก็มีอยู่หลายตัว แต่ที่ได้รับความนิยมรวมถึงที่ออกมาใหม่นั้นจะมีอยู่ด้วยกัน 3 โปรแกรม ซึ่งแต่ละโปรแกรมก็กำลังเร่งพัฒนาให้โปรแกรมของตนมีคุณภาพรวมถึงความปลอดภัย ในการทำงานให้มากขึ้นกว่าเดิม- Skype เป็นโปรแกรม VoIP โปรแกรมแรก ๆ ที่ออกมาซึ่งเป็นการให้บริการที่มีทั้งแบบที่ใช้งานฟรีและแบบที่ต้องเสียค่า บริการ จึงทำให้ Skype มียอดผู้ใช้งานในแต่ละวันเป็นจำนวนมากกว่า 3 ล้านคน จากผู้ใช้งานทั่วโลก ด้วยการใช้งานที่ง่ายและรองรับกับระบบปฏิบัติการทั้งวินโดวส์ Mac และ Linux- Google Talk เรียกได้ว่าเป็นโปรแกรมน้องใหม่ที่กำลังอยู่ระหว่างการพัฒนาประสิทธิภาพใน การทำงานให้ดีมากยิ่งขึ้น เพราะถึงแม้ว่าตัวโปรแกรมยังเป็นเวอร์ชันทดสอบ แต่ก็สามารถใช้งานในส่วนของ VoIP ได้อย่างไม่มีปัญหา- Gizmo Project เป็นโปรแกรมที่อยู่ระหว่างการทดสอบการใช้งานเช่นกัน ซึ่งถึงแม้ว่าจะมีความสามารถและประสิทธิภาพในการทำงาน VoIP ที่ดีแต่ก็ยังคงมีปัญหาอยู่บ้างบางส่วนของการใช้งาน
ข้อดีของ VoIP
- ประหยัดค่าใช้จ่าย ด้วยการนำเอา VoIP มาใช้นั้นจะเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายในด้านต่าง ๆ ได้เป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นทางด้านอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ หรือจะเป็นทางด้านระบบของโทรศัพท์ เพราะเมื่อคิดค่าใช้จ่ายจากค่าบริการหรือค่าอุปกรณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว เมื่อมีปริมาณการโทรทางไกลจำนวนมากในระยะยาวก็จะประหยัดค่าใช้จ่ายได้อีก หลายเท่าตัว- เหมาะกับการประชุมทางไกล เมื่อมีเหตุจำเป็นจะต้องประชุมผ่านทางโทรศัพท์ทั่วไปนั้นอาจจะเกิดปัญหาของ การติดต่อสื่อสารได้ แต่ด้วย VoIP จะช่วยทำให้สามารถติดต่อสื่อสารด้วยเสียงไปพร้อมกับการรับส่งข้อมูลได้ทันที- รับ-ส่งไฟล์ได้โดยตรง การติดต่อผ่าน VoIP นั้นจะสามารถส่งไฟล์ให้กันได้โดยตรงผ่านระบบ P2P โดยอาศัยเพียงแค่ซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของ VoIP เท่านั้นก็สามารถใช้งานได้ข้อจำกัดของ VoIP- คุณภาพเสียง ถึงแม้ว่าจะมีราคาและค่าใช้จ่ายในการโทรที่ถูกกว่าโทรศัพท์ทั่วไป แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดก็คือคุณภาพของเสียงสนทนาที่จะด้อยลง ทั้งนี้ก็เนื่องมาจากการลดคุณภาพของเสียงลงเพื่อที่จะส่งไปยังปลายทางได้ เร็วมากขึ้น- อุปกรณ์ในการทำงาน การโทรศัพท์ด้วย VoIP นั้นถ้าเป็นผู้ใช้งานตามบ้านทั่วไป ก็จำเป็นที่จะต้องมีทั้งคอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต และไมโครโฟนพร้อมลำโพง ซึ่งต่างจากโทรศัพท์ธรรมดาที่จะมีเพียงแค่สายโทรศัพท์และตัวเครื่องโทรศัพท์ เท่านั้น "จะ เห็นได้ว่าด้วยเทคโนโลยี VoIP ที่กล่าวมาข้างต้นนั้นให้ประโยชน์ต่อการติดต่อสื่อสารทางไกลเป็นอย่างมาก ซึ่งเหมาะกับทั้งผู้ใช้งานตามบ้านทั่วไป และผู้ใช้งานที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ และถึงแม้ว่า VoIP จะเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการติดต่อสื่อสารด้วยเสียงและข้อมูลด้วยราคาที่ ประหยัดและคุ้มค่ากว่า เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าจับตามองก่อนที่จะมีเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นมา"
VOIP คืออะไร
เทคโนโลยี VoIP(Voice over IP) นั้นเป็นเทคโนโลยีใหม่ สำหรับการโทรศัพท์ผ่านทางเครือข่าย Internet ซึ่งมีข้อดีอันดับแรก ๆ ที่เห็นได้ชัดก็คือ ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการโทรได้ ไม่ว่าจะเป็นการโทรภายในประเทศ หรือการโทรระหว่างประเทศก็ตาม เพราะการโทรศัพท์ผ่านทางระบบ Internet นั้นไม่จำเป็นที่จะต้องทำงานผ่านทางชุมสายโทรศัพท์ ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายของส่วนที่ให้บริการด้วย แต่การโทรศัพท์ผ่านทาง Internet นั้น จะเป็นการทำงานโดยอาศัยหลักการเดียวกับการส่งข้อมูลผ่าน Internet
VoIP (Voice over IP) นั้นเป็นการประยุกต์การส่งข้อมูลของ Internet มาใช้งาน ซึ่งโดยปกติการใช้งาน Internet จะเป็นการใช้สัญญาณข้อมูลเพียงอย่างเดียว แต่สำหรับการใช้งาน VoIP นั้นจะเป็นการนำเอาสัญญาณเสียงมารวมเข้ากับสัญญาณข้อมูล เพื่อส่งผ่านไปยังระบบเครือข่ายผ่านทาง Protocol ที่ใช้สำหรับอินเทอร์เน็ตก็คือ Internet Protocol หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า IP ซึ่งตามปกตินั้น IP จะใช้สัญญาณข้อมูลเท่านั้น แต่ด้วยเทคโนโลยี VoIP ที่ทำให้ส่งสัญญาณเสียงได้ ด้วยรูปแบบการส่งข้อมูลผ่าน Internet จึงทำให้ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการโทรศัพท์ได้เป็นอย่างมาก
ซึ่งปกติแล้วเวลาเดินทางไปต่างประเทศ สำหรับนักธุรกิจหรือ ผู้ที่ไม่สามารถขาดการติดต่อทางโทรศัพท์ได้ ก็จำเป็นต้องเปิดบริการ Roaming จากผู้ให้บริการโทรศัพท์ จากนั้นเมื่อถึงประเทศนั้นๆ ก็เปิดเครื่อง หาเครือข่ายที่รับได้ แล้วก็สามารถใช้งานได้ทันที ทั้งโทรเข้า,โทรออก ซึ่งมีความสะดวกสบายมาก แต่ก็มีราคาแพงมากเช่นกัน VoIP จะช่วยให้เราใช้งานการโทรระหว่างประเทศได้ประหยัดมากขึ้น
รูปแบบการทำงานของ VoIP
VoIP สามารถแบ่งได้เป็น 4 ลักษณะคือ
1. คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ไปยัง คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ( PC to PC )
PC มีการติดตั้ง sound card และไมโครโฟน ที่เชื่อมต่ออยู่กับเครือข่าย IP การประยุกต์ใช้ PC และ IP-enabled telephones สามารถสื่อสารกันได้แบบจุดต่อจุด หรือ แบบจุดต่อหลายจุด โดยอาศัย software ทางด้าน IP telephony โดยวิธีการนี้จำเป็นต้องอาศัยเครื่องคอมพิวเตอร์ทั้งต้นทาง และปลายทางพร้อมทั้งติดตั้งโปรแกรมเดียวกัน หรือติดตั้งโปรแกรม ที่สามารถใช้งาน ร่วมกันได้ซึ่งรูปแบบนี้เป็นวิธีการสื่อสารที่ไม่ต้องเสียค่าบริการ โทรศัพท์แต่ อย่างใดเลย
2. คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ไปยัง โทรศัพท์พื้นฐาน ( PC to Phone )
เป็นการเชื่อมเครือข่ายโทรศัพท์เข้ากับ เครือข่าย IP ทำให้โดยอาศัย Voice trunks ที่สนับสนุน voice packet ทำให้สามารถใช้ PC ติดต่อกับ โทรศัพท์ระบบปกติได้ เป็นรูปแบบที่ใช้ได้กับผู้ใช้ต้นทางที่มีเครื่องคอมพิวเตอร์ และโปรแกรมโทรศัพท์ โดยผู้รับปลายทางนั้นใช้เครื่องโทรศัพท์ธรรมดา แต่วิธีนี้ต้อง อาศัยผู้ให้บริการในการเชื่อมต่อระบบอินเทอร์เน็ตเข้ากับ ระบบเครือข่ายโทรศัพท์ท้องถิ่น (Internet Telephone Service Provider หรือ ITSP) โดยผู้ใช้บริการต้องเสียค่าบริการตามเวลาที่ใช้งานจริง
3.จากเครื่องโทรศัพท์สู่เครื่องคอมพิวเตอร์ (Phone-to-PC)
วิธีการนี้ใช้หลักการเช่นเดียวกับ PC-to-Phone แต่ต้นทางจะเป็นเครื่องโทรศัพท์ธรรมดา ขณะที่ปลายทางนั้นเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์และ โปรแกรม โทรศัพท์แทน ซึ่งผู้ใช้งานต้องเสียค่าบริการตามที่ใช้งาน จริงเช่นเดียวกัน
4. โทรศัพท์กับโทรศัพท์ ( Telephony )
เป็นการใช้โทรศัพท์ธรรมดา ติดต่อกับโทรศัพท์ธรรมดา แต่ในกรณีนี้จริงๆแล้วประกอบด้วยขั้นตอนการส่งเสียงบนเครือข่าย Packet ประเภทต่างๆซึ่งทั้งหมดติดต่อกันระหว่างชุมสายโทรศัพท(PSTN) การติดต่อกับ PSTN หรือ การใช้โทรศัพท์ร่วมกับเครือข่ายข้อมูลจำเป็นต้องใช้ gatewayเป็นวิธีที่ทั้งต้นทางและปลายทางจะต้องอาศัยการบริการจาก ITSP ซึ่งทำให้ค่าบริการสูงกว่าวิธีอื่นๆ แต่เป็นวิธีที่ง่ายและเป็นที่คุ้นเคยในการใช้ งานมากที่สุดด้วย
ตัวอย่างผู้ให้บริการ VoIP ในประเทศไทย
บริษัท แอดวานซ์ เทเลโฟน แอนด์ เทเลคอมมูนิเคชั่น จำกัด
ประโยชน์ที่ได้รับ จาก VoIP
1.ลดค่าใช้จ่าย (Cost Savings) ในการติดต่อสื่อสารทางโทรศัพท์ลง เนื่องจากเสียงได้ถูกเปลี่ยนให้อยู่ในรูปแบบเดียวกับข้อมูล จึงทำให้สามารถส่งสัญญาณเสียงไปในเครือข่าย LAN หรือ WAN ได้เลย ไม่ต้องผ่านเครือข่าย PSTN ที่มีค่าใช้จ่ายสูงกว่า
2. เพิ่มความยืดหยุ่นในการติดต่อสื่อสารให้กับองค์กร เช่น ในสาขาหรือ Siteงานชั่วคราว สามารถนำ VPN ร่วมกับ VoIP ประกอบกันเพื่อสร้างระบบการติดต่อสื่อสารเต็มรูปแบบ ภายในองค์กรได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว
3.จัดการระบบเครือข่ายได้ง่ายขึ้น เนื่องจากเครือข่ายการติดต่อสื่อสารทั้งหมด สามารถยุบรวมกันให้เหลือเพียงเครือข่ายเดียวได้ อีกทั้งในกรณีที่มีการโยกย้ายของหน่วยงานหรือพนักงาน การจัดการด้านหมายเลขโทรศัพท์และอื่นๆ สามารถทำได้โดยไม่จำเป็นต้องเดินสายสัญญาณใดๆขึ้นมาใหม่
4.รองรับการขยายตัวของระบบในอนาคต หากในอนาคตองค์กรขยายตัวใหญ่ขึ้น VoIP สามารถรองรับผู้ใช้งานได้เพิ่มมากขึ้นในทันทีโดยการเพิ่ม “Virtual” User เข้าไปในระบบเท่านั้นเอง
5.ลดค่าใช้จ่ายในการดูแลและจัดการระบบ (Reduce Operating Expenses) เนื่องจากใช้ซอฟต์แวร์ในการจัดการ ทำให้ VoIP นั้นง่ายในการจัดการและบำรุงรักษา
6.เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน (Increase Productivity) พนักงานสามารถส่งเอกสารผ่านเครือข่ายควบคู่ไปกับการสนทนา หรืออาจจัดการประชุมออนไลน์(Conference Call) ทั้งภาพและเสียง และแม้กระทั่งส่งเอกสารการประชุมให้กับผู้เข้าร่วมประชุม ผ่านทางเครือข่ายได้อีกด้วย
7.ใช้ร่วมกับการสื่อสารไร้สายได้ ทำให้อุปกรณ์สื่อสารไร้สายต่างๆ เช่นโทรศัพท์มือถือหรือPDA สามารถติดต่อผ่าน VoIP เข้ามาในเครือข่ายขององค์กรได้
8.เพิ่มประสิทธิภาพในการติดต่อกับลูกค้า (Improved Level of Services) โดยใช้ความสามารถของแอพพลิเคชั่นต่างๆ ของ VoIP เช่น “Click-to-talk” เพื่อเพิ่มความสะดวกและรวดเร็วในการติดต่อกับลูกค้า
ข้อจำกัดของ VoIP
1.ความน่าเชื่อถือของ VoIP ยังต้องมีการพิสูจน์และถือว่าเป็นข้อจำกัดที่สำคัญที่สุดข้อหนึ่งที่ ด้อยกว่า โครงข่ายชุมสายโทรศัพท์(PSTN) ในปัจจุบัน
2.ปัจจุบันยังไม่มีมาตรฐานที่แน่นอนซึ่งทำให้มีปัญหาในการพัฒนา
3.ในการลงทุนที่จะเปลี่ยนมาเป็นระบบ VoIP ยังมีราคาที่สูงอยู่ ซึ่งก็คือ ค่าใช้จ่ายใน Port ของ IP และ อุปกรณ์สำหรับระบบ VoIP เมื่อเทียบกับ โครงข่ายชุมสายโทรศัพท์(PSTN)
4.IP Telephony สามารถเติบโตได้ เนื่องจากอัตราของค่าที่ต่ำกว่าเมื่อเทียบกับโครงข่าย ชุมสายโทรศัพท์(PSTN) ดังนั้นหากโครงข่ายชุมสายโทรศัพท์(PSTN) ลดราคาลงมาก็ทำให้ VoIP ไม่ได้เปรียบอีกต่อไป
5.ในการที่จะเปลี่ยนระบบจาก PSTN มาเป็น VoIP นั้น จำเป็นที่จะต้องอศัยผู้จำหน่ายอุปกรณ์ และผู้ติดตั้งระบบ VoIP ที่มีความรู้ความชำนาญมากเพียงพอที่จะสนับสนุนระบบได้
6.การขาดมาตรฐานของอุปกรณ์โครงข่าย ทำให้เจริญเติบโตไม่เร็วเท่าที่ควร เพราะไม่อาจตัดสินใจได้ว่าจะเลือกอุปกรณ์ของค่ายใด ที่สามารถรองรับการทำงานได้ดีที่สุด
7.อุปสรรคสำคัญอย่างหนึ่งคือ เรื่องกฎหมายการโทรศัพท์ผ่าน Internet Protocol ได้อย่างถูกกฎหมายยังไม่ชัดเจน
บทสรุป
VoIP (Voice over IP) หรือ โทรศัพท์ผ่านอินเทอร์เน็ต (Internet Telephone) เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้การสื่อสารด้วยเสียง สามารถทำได้โดยผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ซึ่งเทคโนโลยีนี้ จะทำให้ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการใช้โทรศัพท์ติดต่อสื่อสาร โดยสามารถที่จะโทรหากันได้ไม่จำกัดเวลา โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการโทรศัพท์ ผ่านการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ไปได้ทุกจุดหมายทั่วโลก โดยปลายทาง ต้องมีการเชื่อมต่อเข้าอินเทอร์เน็ต และใช้บริการ VoIP ในเครือข่ายเดียวกัน
VoIP จะได้รับความนิยมมากขึ้น เนื่องจากคุณภาพที่ได้รับปรับปรุงและค่าใช้จ่ายที่ถูก จนในที่สุดอาจจะกลายเป็นบริการฟรี เช่น เดียวกับการใช้งาน Internet อื่นๆ เช่น การสืบค้นเว็บไซต์ การใช้ E-mail เพราะอันที่จริงก็ไม่มีความแตกต่างกันมากนัก ผู้ใช้บริการเพียงแต่จ่ายค่าเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเท่านั้น เนื่องจากในปัจจุบัน VoIP ไม่มีหมายเลขของตัวเอง ได้มีความพยายามที่จะสร้างเลขหมายโทรศัพท์สำหรับ VoIP ที่ใช้งานได้ทั่วโลก เรียกว่า อีนัม (enum) ซึ่งถ้าได้มีการยอมรับแพร่หลาย เราก็จะมีหมายเลขนี้ติดตัวเราไปได้ทุกที่ทั่วโลก เพียงแต่เข้า Internet ได้ ก็สามารถติดต่อกันได้โดยกดหมายเลขอีนัมคล้ายๆ กับโทรศัพท์ในปัจจุบัน นอกจากนั้น ถ้าโครงข่ายไว-ไฟ (Wi-Fi)หรือ ไวแม็กซ์(Wi-Max) มีการขยายครอบคลุมมากขึ้น ก็เป็นไปได้ว่าจะมีอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านไว-ไฟ หรือ ไวแม็กซ์ ที่สามารถใช้ VoIP ได้ซึ่งจะมีความสามารถสูงกว่าโทรศัพท์เคลื่อนที่ในปัจจุบัน เป็นอย่างมาก เนื่องจากมีแบนด์วิดธ์ที่กว้าง การใช้วีดีโอโฟน จะกลายเป็นมาตรฐานทั่วไป ดังนั้น VoIP เป็นเทคโนโลยีที่น่าจับตามองต่อไปในอนาคต ซึ่งจะพัฒนาไปไกลยิ่งขึ้น เป็นเทคโนโลยีที่น่าสนใจอย่างมาก
1. http://myphone.igetweb.com/index.php?mo=3&art=127839
2. http://www.ku.ac.th/magazine_online/voip.html
3. http://www.buycoms.com/upload/coverstory/105/index.html
4. http://www.vcharkarn.com/varticle/17875
5. http://voip.forthai.com/voip/
6. http://thaitelephone.com/
7. http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A7%E0%B8%B5%E0%B9%82%E0%B8%AD%E0%B9%84%E0%B8%AD%E0%B8%9E%E0%B8%B5
B8%AD%E0%B9%84%E0%B8%AD%E0%B8%9E%E0%B8%B5
8. http://www.bcoms.net/tipcomputer/detail.asp?id=1589